ประวัติการศึกษาประเทศไทย มีจุดเริ่มต้นมาจากอะไร

ประวัติการศึกษาประเทศไทย มีจุดเริ่มต้นมาจากอะไร
ประวัติการศึกษาประเทศไทย มีจุดเริ่มต้นมาจากอะไร

ทำความรู้จักประวัติการศึกษาประเทศไทย

ระบบการศึกษาของประเทศไทยเรียกว่ามีหลากหลายรูปแบบในปัจจุบัน ตั้งแต่ระดับชั้นอนุบาล ชั้นประถมศึกษา ชั้นมัธยมศึกษา ไปจนถึงระดับชั้นปริญญา ซึ่งหลายคนมีคำถามและมีข้อสงสัยเกี่ยวกับประวัติการศึกษาของประเทศไทยเริ่มต้นมีตั้งแต่สมัยใด และรูปแบบการเรียนสมัยก่อนจะเป็นอย่างไรกับระบบการพัฒนาการศึกษาไทยกว่าจะมาถึงในยุคปัจจุบัน

การศึกษาไทยเริ่มต้นในช่วงสมัยกรุงศรีอยุธยา ซึ่งเป็นการศึกษาสำหรับราษฎรมีการจำกัดการศึกษาอยู่แค่ในวัด โดยมีจุดประสงค์เพื่อการศึกษาคำสอนของพระพุทธศาสนาและการเตรียมตัวสำหรับการอุปสมบทเมื่ออายุ 20 ปีบริบูรณ์ ส่วนใหญ่แล้วจะเป็นผู้ชายที่ได้รับการศึกษา และราษฎรส่วนใหญ่จะนิยมนำบุตรชายมาถวายตัวเป็นศิษย์ของวัด เพื่อทำการเล่าเรียนหนังสือและศึกษาเกี่ยวกับพระพุทธศาสนา ต่อมาในสมัยอยุธยาตอนกลางได้มีการแต่งหนังสือจินดามณี โดยพระโหราธิบดี ถวายแก่สมเด็จพระนารายณ์มหาราช ที่ใช้เป็นแบบเรียนภาษาไทยฉบับแรกโดยมีเนื้อหาครอบคลุมเกี่ยวกับการใช้สระ พยัญชนะและวรรณยุกต์

ต้องมาในสมัยรัตนโกสินทร์ได้มีชาวตะวันตกเข้ามามีบทบาทในประเทศไทยมากยิ่งขึ้น รวมไปถึงคณะมิชชันนารีจากประเทศสหรัฐอเมริกาได้เข้ามาเผยแผ่คำสอนศาสนา ผ่านการศึกษารวมถึงมีการก่อตั้งสถานศึกษาแห่งแรกของสยามได้แก่ โรงเรียนกรุงเทพคริสเตียน ในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 4 และได้มีการปฏิรูปการศึกษาในสมัยของรัชกาลที่ 5 ที่ได้มีพระราชดำริให้มีการขยายระบบการศึกษารวมถึงการสถาปนาโรงเรียนขึ้นในราชอาณาจักรตามแบบตะวันตกที่แยกวัดและสถานศึกษาไว้คนละส่วน

ลักษณะการศึกษาในสมัยกรุงศรีอยุธยามีดังนี้

  1. การศึกษาวิชาสามัญ ที่เน้นการอ่าน เขียน การเรียนเลข
  2. การศึกษาทางด้านศาสนา
  3. การศึกษาทางด้านภาษาศาสตร์และวรรณคดี
  4. การศึกษาของผู้หญิง ที่มีการเน้นวิชาชีพ การเรียนการครัว การทอผ้า
  5. การศึกษาวิชาการด้านทหาร

ซึ่งต่อมาระบบการศึกษาได้มีการพัฒนาและจัดรูปแบบให้มีความเท่าเทียมมากยิ่งขึ้นทั้งการเรียนการสอนในรูปแบบของผู้ชายและผู้หญิง จนมาถึงยุคในปัจจุบันที่มีรูปแบบและระบบการศึกษามากมาย ทั้งรูปแบบโรงเรียนของรัฐบาลและโรงเรียนของเอกชนตามรูปแบบที่ต้องการศึกษาและเล่าเรียน

อ้างอิง wikipedia

Leave a comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *